top of page
  • Writer's pictureMonchai Wongkittikraiwan

Bausch + Lomb และผู้ผลิตคอนแทคเลนส์ตบเท้าปรับขึ้นราคาแล้ว



ถ้าจู่ๆ สินค้าที่เราใช้อยู่ทุกวัน ราคาขึ้นพรวดเดียว 30% เราจะทำอย่างไร?

.

ตัวผมเองเป็นคนที่ใส่คอนแทคเลนส์รายวัน เนื่องจากสะดวก อยากจะใส่หรือถอดทิ้งเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องพกตลับแช่เลนส์ ที่สำคัญคือ สะอาดและชุ่มชื้นกว่าแบบรายเดือน ใส่สบายตากว่าเนื่องจากผมเป็นคนตาแห้งง่ายครับ

.

ด้วยความโค้งและรายละเอียดที่ยากจะอธิบาย ผมเลือกใช้ของ Bausch + Lomb หลังจากลองมา 2-3 ยี่ห้อก็คิดว่าตัวนี้น่าจะเหมาะกับเรามากที่สุด จากนั้นก็ใส่มันมาเรื่อยๆ จำได้ว่าราคาสมเหตุสมผล ซื้อโปรโมชันแบบ 4 กล่อง ใส่ได้ 2 เดือน (กล่องละ 15 คู่) ราคา 550 บาทต่อกล่อง เข้าใจว่าราคานี้เป็นราคาแนะนำขายที่แบรนด์ตกลงไว้กับร้านแว่น ยังไม่เคยเจอร้านไหนขายตัดราคาที่ถูกกว่านี้ อาจจะมีบ้างตอนเจอดีลในแพลตฟอร์มออนไลน์ ราคาจะถูกกว่าเล็กน้อย

.

วันก่อน หลังจากเสร็จงานในช่วงเช้า ผมเดินเข้าร้านแว่นใกล้ที่ทำงาน ขอซื้อคอนแทคเลนส์ของ Bausch + Lomb ตามปกติ คนขายก็รีบบอกทันทีว่า "ตอนนี้ราคาปรับขึ้นแล้วนะคะ" ผมก็คิดในใจว่ามันจะเท่าไหร่กันเชียว

.

ปรากฏว่า ซื้อ 4 กล่องเท่าเดิม จากราคากล่องละ 550 บาท กระโดดไปเป็น 730 บาท นี่คือราคาโปรโมชันแล้วนะ!

.

เท่ากับเพิ่มขึ้นมากล่องละ 180 บาท หรือคิดเป็น 32.7% จากราคาเดิม ซึ่งถือว่าสูงมาก

.

ทางร้านไม่ได้บอกสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมแบรนด์จึงปรับราคาขึ้นแรงมากขนาดนี้ บอกอีกว่าไม่ใช่แค่ Bausch + Lomb เท่านั้น แบรนด์อื่นอย่าง Acuvue ก็จะปรับขึ้นด้วย

.

เมื่อเดินออกจากร้านพร้อมถุงใส่ของ ก็ได้แต่สงสัยว่าต้นทุนที่เพิ่มมาถึง 32.7% นี้ เราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง หาคำตอบยากมากเพราะยังไงก็เป็นของจำเป็นที่ต้องซื้อใช้อยู่ดี

.

จึงไปค้นข้อมูลดู พบว่า Bausch + Lomb ที่เราได้ยินชื่อกันมานานแล้ว ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1853 หรือ 170 ปีที่แล้ว เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสายตาและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นบริษัทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ทำธุรกิจในอเมริกา

.

แน่นอน ดูจากชื่อก็พอเดาได้ว่ามาจากผู้ก่อตั้ง 2 คนคือ John Bausch และ Henry Lomb ตั้งบริษัทกันในนิวยอร์ก สินค้าในยุคแรกเป็นกล้องไมโครสโคป ต่อมาก็เติบโตจนไปซื้อกิจการที่นั่นที่นี่ และรุกตลาดคอนแทคเลนส์อย่างเข้มข้นตั้งแต่ยุค'70 ทำธุรกิจเรื่อยมาจนกลายเป็นผู้ผลิตคอนแทคเลนส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีธุรกิจยาและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผ่าตัดตาด้วย

.

Bausch + Lomb เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อปี 2007 สุดท้ายบริษัทยาขนาดใหญ่ของแคนาดาทนความเนื้อหอมไม่ไหว เข้าซื้อกิจการมูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2013 ด้วยเงินสด (ย้ำว่าเงินสด คิดดูว่าบริษัทเหล่านี้มีเงินมหาศาลขนาดไหน)

.

Bausch + Lomb มีรายได้ในปี 2022 เกือบ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้การขับเคลื่อนของพนักงานราว 1.3 หมื่นคน ทำตลาดกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

.

รวยเอาเรื่อง

.

ปัจจัยที่ทำให้ราคาคอนแทคเลนส์แพงขึ้นมาจากผลกระทบต่อเนื่องของโควิด-19 สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งแรงกดดันจากเงินเฟ้อ เหมือนๆ กับสินค้าประเภทอื่นที่เราพอจะเดาที่มาที่ไปได้นั่นล่ะ

.

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่อย่าง Johnson & Johnson's ผู้ผลิต Acuvue ก็ประกาศไม่ส่งคอนแทคเลนส์ไปขายที่รัสเซีย ตามมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า ซึ่งกระทบกับตัวแทนจำหน่าย ผู้ค้าปลีกทั้งหมดในแดนหมีขาวที่ Acuvue ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ครึ่งหนึ่ง กลายเป็นว่าคนรัสเซียต้องจ่ายค่าคอนแทคเลนส์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวและมองหาทางเลือกใหม่ๆ อย่างคอนแทคเลนส์จากจีนและเกาหลีใต้แทน

.

นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียว จากปัญหาด้านอุปทาน

.

ถ้ามองเรื่องเงินเฟ้อเข้าไปด้วย ซึ่งบริษัทห้างร้านในอเมริกาและยุโรปยังเผชิญกับต้นทุนสินค้าและขนส่งที่สูงขึ้น มิหนำซ้ำต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอีก จึงพอจะเดาได้ว่าสุดท้ายสินค้าปลายทางที่ถึงมือผู้บริโภคก็ต้องปรับราคาขึ้นอยู่ดี

.

Bausach + Lomb เองก็เพิ่งลงทุนเพิ่มไลน์การผลิตคอนแทคเลนส์รายวันแบบซิลิโคนไฮโดรเจล ในสำนักงานที่ Goodman Street , Rochester ด้วย เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของตลาดขนาด 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ แน่อนว่าอเมริกาเหนือคือลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดของคอนแทคเลนส์รายวัน จึงไม่แปลกที่จะเพิ่มกำลังการผลิตที่นี่

.

เงินเฟ้อ ต้นทุนเพิ่ม ลงทุนก้อนใหญ่ และอีกสารพัดเหตุผล จึงเป็นที่มาของการปรับขึ้นราคาในรอบนี้

.

ทำให้ผมกลับมาคิดและเริ่มตั้งคำถามว่าผมควรจะไปทำเลสิกดีหรือเปล่า?

.

ราคาคอร์สทำเลสิกในบ้านเรามีตั้งแต่ 4 หมื่นบาท ไปจนถึงหลานแสนบาทแล้วแต่เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ชำนาญการ เท่าที่ได้ยินเพื่อนที่ทำเลสิกมาก็บอกว่าชีวิตดีขึ้นทั้งนั้น

.

พอราคาสินค้าปรับ ต้นทุนทางการเงิน อารมณ์และจิตใจก็เปลี่ยนตาม เดิมคิดแต่จะใส่คอนแทคเลนส์ไปตลอด มาวันนี้เริ่มคิดเรื่องเลสิกบ้างแล้ว

.

เป็นเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคชัดเจน

.

ราคาหุ้นของ Bausch + Lomb (BLCO) ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 18.33 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ยังต่ำกว่าที่ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นเมื่อกลับมา IPO อีกรอบช่วงกลางปี 2022 ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป

.

รู้แต่ว่ามีผมคนหนึ่งที่เดือดร้อนจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น 32.7% นี่ล่ะครับ

.

6 views0 comments
bottom of page